01:05

ยุคสงครามสื่อวิทยุและโทรทัศน์

บริษัท RCA ราชา แห่งคลื่นวิทยุ โดยมีซานอฟฟ์เป็นผู้กุมบังเหียน มีความฝันว่า ภายในทศวรรษหน้าจะทำให้ทุกครัวเรือนในอเมริกามีโทรทัศน์ใช้ เพราะเขาเชื่อในตัว สวารีกิน ขณะนั้นความนิยมของวิทยุมีมากมาย และซานอฟฟ์ยังต้องเจอกับคู่แข่งทางวิทยุอย่างเครือข่าย CBS

7 กรกฎาคม 1936 การถ่ายทอดโทรทัศน์ขั้นทดลองเริ่มต้นขึ้น โดยเชิญสื่อมวลชนแขนงต่างๆเข้ามาชมดู หลังจากจบการถ่ายทอด สื่อมวลชนแตกออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่เห็นด้วย และส่วนที่ไม่เห็นด้วย ส่วนที่เห็นด้วยเชื่อในอนาคตของโทรทัศน์ ส่วนที่ไม่เห็นด้วย บอกว่า โทรทัศน์คืออะไรที่ไม่มีความจำเป็น
1940 ละครเรื่อง Streets of New York ได้ รับการถ่ายทอดผ่านโทรทัศน์เป็นครั้งแรกของโลก ขณะนั้นไม่มีใครสนใจโทรทัศน์เท่าไรนัก ส่วนใหญ่สนใจแต่วิทยุมากกว่า ในปีเดียวกันนั้นงาน World Fair ถูกจัดขึ้นในนิวยอร์ก มีนวัตกรรมใหม่ๆมากมายนำไปแสดง หนึ่งในจำนวนนั้นคือโทรทัศน์ สาธารณชนแตกตื่นกันยกใหญ่กับเทคโนโลยีนี้ เพราะส่วนใหญ่ยังไม่เคยเห็นด้วยตาตนเอง
หน่วยงานกลางของรัฐบาล ย่อเป็น FCC ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อควบคุมและจัดสรร คลื่นโทรทัศน์ หน่วยงานนี้บีบ บริษัท RCA ไม่ให้เป็นผู้ผูกขาดโทรทัศน์แต่เพียงรายเดียว
1940 หลังสงครามโลกครั้งที่สอง โทรทัศน์กลายเป็นสิ่งพักผ่อนหย่อนใจที่คนอเมริกาต้องการ และขาดไม่ได้เสียแล้ว บริษัท RCA ขายโทรทัศน์อย่างสนุกสนาน และร่ำรวยจากธุรกิจนี้ ในตอนนั้น บริษัท ดูมองต์ (Dumont) ได้ก้าวขึ้นมาแข่งขันกันในธุรกิจโทรทัศน์ โดยที่ RCA ใช้ระบบโทรทัศน์ 450 เส้น ส่วนของดูมองต์ ใช้ 600 เส้น หน่วยงานกลาง FCC จึงต้องตัดสินว่าจะใช้ระบบของบริษัทใดเป็นมาตรฐาน ตอนนี้ซานอฟฟ์วิ่งเข้าหาประธานาธิบดี เพื่อกดดันให้ FCC เลือกระบบของเขา ในที่สุดประสพความสำเร็จ ระบบของเขาได้รับการอนุมัติ
1941 ซานอฟฟ์ร่วมมือกับดูมองต์ จัดการถ่ายทอดการแข่งขันเบสบอลระดับชาติ ปรากฏว่าประสพความสำเร็จเป็นอย่างสูง วันเดียวกันนั้น ที่บาร์เบียร์ ห้างสรรพสินค้า และตู้โชว์สินค้า มีแต่คนมุงดูโทรทัศน์ แทบจะไม่มีคนเดินอยู่เลยบนท้องถนน

1948 เซลขายรถจากลอสแองเจอลิส ได้ ลองประกอบโทรทัศน์ด้วยตนเอง และนำออกขายในราคาถูก ทำให้คนแห่ซื้อกันมากมาย อย่างบ้าคลั่ง บริษัทยักษ์ใหญ่ต้องลดราคาโทรทัศน์ของตนเองตามด้วย ในขณะนี้มีดาราบนจอแก้วเกิดขึ้นมากมาย หนึ่งในจำนวนนั้น คือมารีรีน มอนโร

1950 มีโทรทัศน์อยู่ทั่วอเมริกาอยู่ 11 ล้านเครื่อง ทุกเครื่องเป็นโทรทัศน์ขาวดำ ทั้ง CBS , RCA และ ดูมองต์ ใช้วิศวกรของตนพัฒนาโทรทัศน์สี สงครามโทรทัศน์สีจึงอุบัติขึ้น นายแพรี่ ได้ออกโทรทัศน์สีระบบกลไก แข่งขันกับโทรทัศน์ขาวดำของซานอฟฟ์ ซึ่งหวังว่า ซานอฟฟ์จะพ่ายแพ้ แต่ซานอฟฟ์ตอบโต้ว่าโทรทัศน์สีระบบกลไกเข้าไม่ได้กับโทรทัศน์ขาวดำที่มีอยู่ แล้วเป็นล้านเครื่องในตอนนั้น ซึ่ง RCA ก็ยังไม่มีโทรทัศน์สีของตนเอง
1950 ช่วงสงครามเย็น ซานอฟฟ์ทำงานร่วมกับวิศวกรใน RCA แบบไม่ได้หลับได้นอน ไม่นานนักจึงสามารถพัฒนาระบบโทรทัศน์สีแบบอิเล็กทรอนิกส์ของตนเองสำเร็จ
FCC ประกาศให้ระบบของซานอฟฟ์เป็นระบบมาตรฐาน ถึงตอนนี้บริษัท RCA ก็ร่ำรวยขึ้นอีกจากธุรกิจโทรทัศน์สี คนอเมริกาติดโทรทัศน์กันอย่างงอมแงม และเชื่อสิ่งต่างๆที่โทรทัศน์สื่อสารออกมา
ซานอฟฟ์ยังพัฒนาโทรทัศน์ให้สามารถส่งผ่านข้ามทวีปได้ ความสำเร็จนั้นมากมายมหาศาล ยกตัวอย่างเช่น การลอบสังหารประธาธิบดี John F. Kennedy คนทั้งประเทศจับจ้องอยู่หน้าจอ มีอารมณ์เดียวกันผ่านทางโทรทัศน์ นับเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

สำหรับ ฟรานเวิดท์ เขาถูกลืมจากวงการโทรทัศน์ ไม่มีใครสนใจ เขาเสียชีวิตปี 1970 ในวัย 64 ปี ด้วยอาการตรอมใจ ช่วงสุดท้ายของชีวิตเขาบอกลูกหลานและคนรู้จักว่า ไม่ให้กล่าวถึงโทรทัศน์ต่อหน้าเขา ส่วนซานอฟฟ์ยังโด่งดังอยู่กับโทรทัศน์ที่เขาทุ่มเทให้ทั้งชีวิต พร้อมกับนายสวารีกิน เพื่อนซี้ของเขา

ที่มา http://www.i3.in.th/news/view/1491/2

0 ความคิดเห็น: