ในปี ๑๘๘๓ วิศวกรชาวเยอรมัน พอล นิปคาว (Paul Nipkow ค.ศ.๑๘๖๐-๑๙๔๐) ได้นำอุปกรณ์ที่ใช้จานหมุนซึ่งเจาะรูเล็ก ๆ เรียงเป็นลายขดเกลียว จานหมุนจะแตกภาพออกเป็นจุดเล็ก ๆ มากมายส่องลงบน โฟโตเซลล์(Photocell) โฟโตเซลล์จะส่งชุดสัญญาณพัลส์ทางไฟฟ้าไปยังตัวรับ ซึ่งก็คือจานที่วางไว้หน้าแสงและแปลงลวดลายจุดเหล่านั้นกลับเป็นภาพ ภาพที่ได้จะเป็นภาพหยาบ ๆ และแตกพร่า แต่นี่คือภาพโทรทัศน์จริง ๆ ครั้งแรก ระบบสแกนภาพของนิปคาว (Nipkow mechanical scanning) ก่อให้เกิดการเลียนแบบและปรับปรุงอีกมากมายในช่วง ๒๕ ปีต่อมาของศตวรรษที่สิบเก้า ในปี ๑๙๒๕ ชาวอเมริกัน ชาร์ลส์ ฟรานซิส เจนกินส์ (Charles Francis Jenkins ค.ศ. ๑๘) เริ่มใช้ระบบสแกนภาพทางกล (mechanical scanning system) สามารถส่งสัญญาณออกอากาศ (air) จากห้องทดลองของเขาที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในยุโรป นักประดิษฐ์ชาวสก็อตแลนด์ จอห์น ลอจี้ แบร์ด ได้สาธิตระบบกลไกโทรทัศน์ของเขาต่อสาธารณชนในปี ๑๙๒๖
ช่วงปลายศตวรรษที่สิบเก้าและต้นศตวรรษที่ยี่สิบการส่งสัญญาณโทรทัศน์ทางกลไกนั้นไม่สามารถให้ผลอันน่าพอใจได้ แต่ด้วยก้าวย่างที่รวดเร็วของวิทยาการด้านวิทยุ เอกซ์เรย์ และฟิสิกส์ ปัญหาจึงคลี่คลายในเวลาไม่ช้านาน แน่นอนว่าวิทยุกลายเป็นความจริงขึ้นในทศวรรษ ๑๙๐๐ ด้วยการส่งสัญญาณแบบไร้สายของ กูกลิเอลโม มาร์โคนี่ พัฒนาการหลอดสุญญากาศโดยนักประดิษฐ์ชาวอังกฤษ จอห์น เฟลมมิง (John Fleming ค.ศ. ๑๘๔๙-๑๙๔๕) และนักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน ดี เดอ ฟอเรสต์ (Lee De Forest ค.ศ. ๑๘๗๓-๑๙๖๑) หลอดรังสีแคโทด (cathode-ray) ซึ่งใช้ในการผลิต รังสีเอ็กซ์ (X-rays) ทางการแพทย์ กลายเป็นองค์ประกอบที่จำเป็นในวิทยาการของโทรทัศน์
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น