ในปี ๑๙๐๖ นักฟิสิกส์ชาวเยอรมัน คาร์ล บราน (Karl Braun ค.ศ.๑๘๕๐-๑๙๑๘) พบว่า เมื่อเขานำสนามแม่เหล็กเข้าไปในหลอดรังสีแคโทดเขาสามารถเปลี่ยนเส้นทางของกระแสอิเล็กตรอนได้หลากหลาย หนึ่งปีต่อมาวิศวกรไฟฟ้าชาวสก็อต อลัน แคมป์เบลล์ สวินตัน (Alan Campbell Swinton ค.ศ. ๑๘๖๓-๑๙๓๐) สนับสนุนการใช้หลอดรังสีแคโทดเป็นอุปกรณ์รับสัญญาณภาพ ไม่นานต่อมานักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซีย บอริส โรสซิง (Boris Rosing ค.ศ. ๑๘๖๙-๑๙๓๓) ได้พัฒนาและจดลิทธิบัตรอุปกรณ์รังสีแคโทดดังกล่าว วลาดิเมียร์ เค.สวอไรคิน (Vladimir K. Zworykin ค.ศ.๑๘๘๙-๑๙๘๒) ซึ่งทำการศึกษาในความดูแลของโรสซิง ได้คิดหาทางผสมผสานเทคโนโลยีของหลอดสุญญากาศกับอุปกรณ์รับรังสีแคโทดชนิดใหม่ ให้เป็นระบบโทรทัศน์ที่ใช้งานได้
หลังจากสงครามครั้งที่หนึ่ง (World War I ค.ศ. ๑๙๑๔-๑๙๑๙) สิ้นสุดลงไม่นาน สวอไรคินย้ายไปอยู่สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสัญญาณบอกถึงความสมบูรณ์ขั้นสุดท้ายของโทรทัศน์สมัยใหม่ สวอไรคินเล็งเห็นและสร้างสิ่งที่เขาเรียกว่า ไอโคโนสโคป (iconoscope) เป็นหลอดสุญญากาศที่ใช้อิเล็กตรอนในการสแกนภาพ แล้วแตกออกเป็นชุดสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ ภาพจะถูกฉายลงบนแผ่น โมเสก (mosaic) ที่เคลือบด้วยเกล็ดกลมขนาดเล็กของวัสดุไวแสง เมื่อฉายลำแสงอิเล็กตรอนไปบนแผ่น จะจับกระแสไฟฟ้าได้โดยดูจากปริมาณของแสงที่ตกกระทบบนแผ่น นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซียผู้นี้ได้คิดค้นอุปกรณ์รับสัญญาณ เขาเรียกมันว่า ไคเนสโคป (kinescope) ซึ่งแผลงมาจากคำภาษากรีกว่า ไคเนมา (kinema – การเคลื่อนไหว) ส่วนคำว่า เทเลวิชัน (television) หรือโทรทัศน์นั้น มาจากการผสมคำกรีกว่า เทเล (tlel-ไกล) กับคำละติน วิดีโอ (video-เห็น) หลอดรับสัญญาณของสวอไรคินเป็นการทำงานย้อนขั้นตอนของไอโคโนสโคป แล้วประกอบเข้ากับไอโคโนสโคป ก่อนนำออกแสดงต่อสาธารณชนในปี ๑๙๒๙
ที่มา http://www.rmutphysics.com/charud/invention/invention2/TV/Television3.htm
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น