05:27

แป้งลดแสงสะท้อน

แม้ว่าเทคโนโลยีโทรทัศน์จะถูกดัดแปลงเพื่อการสงครามเป็นเรดาร์และอุปกรณ์ตรวจจับอื่น ๆ แต่ก็ไม่มีบทบาทสำคัญนักในสงครามโลกครั้งที่สอง (World War II ค.ศ. ๑๙๓๙-๑๙๔๕) เมื่อสงครามสิ้นสุดซาร์นอฟฟ์ซึ่งขณะนั้นเป็นนายพลจัตวา รวมทั้งบรรดาผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ด้านโทรทัศน์ต่างกระตือรือร้นจะสานต่อพัฒนาการที่ถูกทิ้งค้างไว้ในตั้งแต่ปี ๑๙๔๑ ซึ่งมีสวอไรคินและทีมงานเป็นหลักสำคัญถึงแม้ไอโคโนสโคปของ สวอไรคินจะทำให้โทรทัศน์ใช้การได้ แต่มันก็ยังไม่สมบูรณ์แบบ ไอโคโนสโคป หรือ ไอค์ (ike) ซึ่งนิยมเรียกกันในวงการโทรทัศน์ ให้ภาพที่คมชัด แต่ไม่ค่อยไวต่อแสง ทุกอย่างเป็นไปด้วยดีเฉพาะสถานที่มีแสงแดดเจิดจ้า แต่ในห้องส่งจะต้องใช้ปริมาณแสงมากเกินกว่าความจำเป็นในอุตสาหกรรมภาพยนตร์มากนัก ระดับความร้อนก็จะสูงเกิน ๑๐๐ องศาฟาเรนไฮต์ เหล่านักแสดงต้องแต่งหน้ารวมทั้งทาเปลือกตาและลิปสติกหนา ๆ เพื่อชดเชยเงาสะท้อนจากโคมไฟฟ้าเก่า ๆ

สวอไรคินและทีมงานเข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้โดยใช้ สัญญาณระดับรอง (secondary emission) เพื่อเพิ่มความไวประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ทั้งยังแก้ไขวงจรสแกน ความเร็วต่ำ (low-velocity) และนวัตกรรมด้านอื่น ๆ ให้สมบูรณ์ขึ้น ส่งผลให้เกิด หลอดภาพออร์ติคอน (image orthicon) ซึ่งเป็นหลอดที่สามารถจับภาพที่เรืองแสงจากแสงเทียนได้ หลอดใหม่นี้พร้อมใช้ในปี ๑๙๔๕ ก่อนกลายเป็นหลอดถ่ายภาพขาวดำมาตรฐาน




ที่มา http://www.rmutphysics.com/charud/invention/invention2/TV/Television5.htm

0 ความคิดเห็น: